Interview

งานบริษัทสตาร์ทอัพ VS งานบริษัทใหญ่ – งานไหนดีกว่ากัน

งานบริษัทสตาร์ทอัพ VS งานบริษัทใหญ่ – งานไหนดีกว่ากัน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีบริษัท startup มากมายเกิดขึ้นในไทย ทั้งที่เป็นบริษัทของคนไทยเองและเป็นบริษัทที่เข้ามาจากต่างประเทศ บางบริษัทประสบความสำเร็จอย่างมากจนได้รับเงินสนับสนุน (Funding) และรางวัลต่างๆ แต่บางบริษัทก็ต้องปิดตัวลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้ว่าหลายๆคนเริ่มหันมาให้ความสนใจงานบริษัทสตาร์ทอัพ แต่ก็มักจะมีคำถามตามมาว่างานบริษัทสตาร์อัพดีจริงๆหรอ? แล้วงานบริษัทสตาร์ทอัพ กับ งานบริษัทใหญ่ – งานไหนดีกว่ากัน? งานบริษัทใหญ่ ข้อดี ชื่อเสียง การที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทใหญ่ต้องยอมรับเลยว่าทำให้เรารู้สึกดี โดยเฉพาะเวลาที่มีคนถามว่าเรางานที่ไหน การที่เราบอกชื่อบริษัทออกไปแล้วมีคนรู้จัก ย่อมทำให้เรารู้สึกดีเป็นธรรมดา หรือแม้กระทั่งเวลาเราติดต่องานกับบริษัทอื่นแล้วชื่อบริษัทเราเป็นที่รู้จัก ย่อมทำให้เราสร้างความน่าเชื่อถือได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว สวัสดิการ เรื่องของสวัสดิการถือเป็นเรื่องที่บริษัทใหญ่ๆ ให้ได้มากกว่าบริษัทสตาร์ทอัพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบริษัทมหาชน ซึ่งสวัสดิการส่วนใหญ่จะชัดเจนและในบางกรณีก็ครอบคลุมถึงบุคคลในครอบครัวหรือคู่สมรสด้วย หน้าที่รับผิดชอบที่ชัดเจน ในองค์กรใหญ่ๆ มักจะมีการแบ่งหน้าที่การทำงานที่ชัดเจน ซึ่งแต่ละคนก็จะมีหน้าที่ของตัวเองที่ไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างเช่นแผนกบุคคล อาจจะมีคนที่ดูแลเรื่อง Recruitment และอีกคนดูเรื่อง Payroll ข้อเสีย ความก้าวหน้า เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในองค์กรใหญ่ๆมักจะมีเรื่องของระบบอาวุโสเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าคุณจะทำผลงานได้ดี ก็อาจจะไม่ได้รับการเลื่อนขั้นเพียงเพราะว่ามีคนในทีมที่อยู่มานานกว่า การเสนอความคิดใหม่ๆ องค์กรใหญ่มักจะยึดติดกับวิธีการทำงานแบบที่เคยทำจนทำให้บางครั้งการที่เราพยายามเสนอความคิดหรือวิธิการทำงานในแบบที่ต่างออกไปนั้นไม่เป็นที่ยอมรับสักเท่าไหร่ การเป็นที่ยอมรับ การที่เราทำงานอยู่ในบริษัทที่มีพนักงานจำนวนมาก ย่อมเป็นเรื่องยากที่ทุกคนจะได้รับรู้ถึงสิ่งที่เราทำ ต่อให้เรื่องนั้นจะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากก็ตาม ในบางครั้งคุณอาจจะต้องรอให้ถึงงานประชุมประจำปีของบริษัท เพื่อที่จะได้มีโอกาสพูดถึงสิ่งที่คุณได้ทำเพื่อบริษัท และเมื่อถึงตอนนั้นก็อาจจะไม่มีใครจำสิ่งที่คุณทำไปแล้วก็ได้ งานบริษัทสตาร์ทอัพ ข้อดี โอกาสเรียนรู้

Continue reading

Prepare for the interview

การเตรียมตัวสำหรับการสัมภาษณ์งาน หลังจากที่เราได้ผ่านการคัดเลือกในรอบแรกจากการส่งใบสมัครแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเข้าไปสัมภาษณ์งาน พูดคุยกับทางบริษัทที่เราสนใจ ขั้นตอนนี้ถือเป็นขั้นตอนที่ละเอียดอ่อนและต้องอาศัยการเตรียมตัวพอสมควร โดยการที่เราจะทำให้ผู้สัมภาษณ์ประทับใจนั้นประกอบไปด้วย 5 ขั้นตอน 1. ศึกษาข้อมูลของบริษัทที่เราจะเข้าไปสัมภาษณ์ การเตรียมตัวที่ดี ก็เหมือนมีชัยไปกว่าครึ่ง คำกล่าวนี้มักใช้ได้เสมอแม้แต่ในเรื่องของการสัมภาษณ์งานก็เช่นกัน ถึงแม้ว่าในบางกรณี เราอาจจะเคยได้ยินชื่อขององค์กรที่เราจะเข้าไปสัมภาษณ์อยู่แล้ว แต่เราก็ควรที่จะศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม เช่น สินค้าและบริการที่เราจะต้องเข้าไปดูแล หรือ แนวทางการเติบโตขององค์กร ข้อมูลเหล่านี้นอกจากจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเราเองแล้ว ถ้าเรามีคำถามเพิ่มเติมก็สามารถนำไปถามผู้สัมภาษณ์เพื่อเป็นข้อมูลให้เราประกอบการตัดสินใจในภายหลัง 2.เตรียมข้อมูลให้ตรงกับตำแหน่งงานที่บริษัทต้องการ แน่นอนว่าพอเราเข้าไปถึงห้องสัมภาษณ์ ผู้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่จะให้เราเริ่มด้วยการแนะนำตัวและเล่าประวัติการทำงานคร่าวๆ เราสามารถสร้างความได้เปรียบได้โดยการพูดถึงประสบการณ์ของเราที่ตรงกับงานที่สัมภาษณ์ เช่น ถ้าเราสัมภาษณ์ตำแหน่ง Overseas Purchasing เราควรพูดถึงประสบการณ์การทำงานกับ suppliers ต่างประเทศ หรือถ้าเราสัมภาษณ์งานตำแหน่ง HR Manager ของโรงงาน เราก็ควรที่จะพูดถึงประสบการณ์การทำงานกับ union เป็นต้น 3.จำลองสถานการณ์การสัมภาษณ์งาน ในส่วนนี้เราอาจจะต้องมีคนเข้ามาช่วยในการเตรียมพร้อม โดยให้เราซักซ้อมคำถามทั่วไปที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการสัมภาษณ์งาน หลังจากนั้นให้เราถาม Feedback เพื่อนำมาปรับปรุงการตอบคำถามของเรา ยิ่งเราซักซ้อมในส่วนนี้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้นเท่านั้น 4.ปิดท้ายการสัมภาษณ์ให้น่าจดจำ หลังจากที่เราสัมภาษณ์เสร็จแล้ว ผู้สัมภาษณ์มักจะปิดท้ายด้วยการให้เราถามคำถามเพิ่มเติมได้ อย่าปล่อยให้โอกาสทองนี้หลุดมือไป เราควรถามผู้สัมภาษณ์กลับไปว่า การสัมภาษณ์ของเราเป็นอย่างไรบ้าง มีตรงไหนที่ผู้สัมภาษณ์ยังรู้สึกว่าเราไม่เหมาะกับตำแหน่งงาน (เพื่อที่เราจะได้อธิบายเพิ่มเติม ในกรณีที่เราตกหล่น) และจะทราบผลได้ประมาณช่วงไหน การถามในลักษณะนี้นอกจากจะทำให้เราได้มีโอกาสแก้ไขจุดบกพร่องตอนสัมภาษณ์แล้ว ยังเป็นการแสดงให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่าเราสนใจที่จะร่วมงานมากน้อยแค่ไหนด้วย

Continue reading