How to write a killer resume

เรซูเม่ (Resume) หรือเอกสารสมัครงานนั้น ถือได้ว่ามีความสำคัญอย่างมากในการที่เราจะได้มีโอกาสเข้าไปสัมภาษณ์งานกับบริษัทที่เราอยากร่วมงานด้วย เรซูเม่ (Resume) จึงควรที่จะประกอบไปด้วยข้อมูลที่ครบถ้วน และกระชับได้ใจความ เรซูเม่ (Resume) ที่ดีจึงมีความยาวไม่เกิน 2 หน้า และประกอบด้วยข้อมูลที่สำคัญดังนี้

1. ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่ และ ช่องทางสำหรับให้ติดต่อกลับ (ก็คือตัวเรานั่นเอง) ชื่อและนามสกุลควรเป็น ชื่อเต็มแล้วนามสกุลเต็ม เช่น Mr. Thanat Jaidee ไม่ใช่ Mr. Thanat J

ที่อยู่ไม่จำเป็นต้องลงข้อมูลครบทุกอย่าง หรือบางท่านที่พักอยู่ Apartment หรือ Condominium ก็ไม่ต้องถึงขั้นลงเลขที่ห้องลงไป ข้อมูลในส่วนนี้อาจจะเขียนคร่าวๆ พอให้ผู้อ่านเห็นภาพว่าเราพักอาศัยอยู่แถวไหน เช่น Meesuk Apartment, Huaykwang, Bangkok 10110 เป็นต้น

ช่องทางสำหรับติดต่อกลับถือเป็นข้อมูลที่สำคัญมาก ซึ่งข้อมูลที่ต้องมีเลยคือ เบอร์โทรศัพท์และอีเมล หรือในปัจจุบันเราสามารถเพิ่มช่องทางไลน์ (Line ID) เข้าไปด้วยก็ได้เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ติดต่อ

* อีเมล (email) ที่ใช้ควรจะเป็น อีเมล ที่ดูแล้วมีความน่าเชื่อถือ (professional) เช่น thanat.jaidee@gmail.com แทนที่จะเป็น tonzaeiei007@gmail.com

2. เริ่มต้นด้วยบทสรุป

  • หลังจากที่เราแนะนำตัวเบื้องต้นไปแล้ว ข้อมูลต่อมาที่จะทำให้ เรซูเม่ (Resume) ของเราโดดเด่นขึ้นมาคือบทสรุปหรือ “executive summary”. มีผลสำรวจหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่า HR หรือ Recruiter ใช้เวลาโดยเฉลี่ย 7 วินาทีในการพิจารณา Resume ของผู้สมัคร เพราะฉะนั้น “executive summary” จึงมีส่วนสำคัญมากในการที่เราจะได้รับการนัดเข้าไปสัมภาษณ์
  • “Executive Summary” ควรประกอบด้วย 3-5 ประโยคที่สรุปว่าที่ผ่านมาเราทำอะไรบ้างหรือบางท่านอาจจะทำเป็น Bullet Point ก็ได้แต่ไม่ควรที่จะเกิน 5 Bullet Points เช่น

Executive Summary

7 years of experience in Sales & Marketing from Automotive Industry which focuses on finding new clients, expanding markets and maintain existing accounts. Currently responsible for both domestic and overseas operations and generate more than 20 million baht per month. Good command of English (TOEIC Score: 890) and average command of Japanese (N3).

3. วุฒิการศึกษา

สำหรับบางตำแหน่งอย่างเช่น Engineer วุฒิการศึกษาถือว่าสำคัญมากในการพิจารณาผู้สมัคร ถึงแม้ว่าบางที่จะเริ่มให้ความสำคัญกับประสบการณ์การทำงาน แต่การระบุวุฒิการศึกษาหรือสาขาที่เราจบมาก็สามารถช่วยให้เราได้เปรียบผู้สมัครคนอื่นๆได้ เราควรที่จะระบุถึงวุฒิ, สถาบัน และปีที่เราจบมาให้ชัดเจนเช่น

XYZ University                  2008 – 2011

Bachelor’s Degree in Computer Engineering GPA: 3.50

4. ประวัติการทำงาน

ในส่วนนี้ถือได้ว่าเป็นหัวใจของ resume ของเราเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นเราควรให้เวลาและความสำคัญให้มากในการพูดถึงสิ่งที่เรารับผิดชอบ เทคนิคที่สำคัญของการเขียนเนื้อหาในส่วนนี้ให้น่าสนใจคือการลง details ในเนื้องานของเรา เช่น ถ้าหากเราเป็น Sales คีย์เวิร์ด ที่เราควรใช้เช่น ขาย product อะไร รับผิดชอบยอดเท่าไหร่ ต่อเดือน/ต่อปี หรือถ้าเราเป็นตำแหน่ง Software Developer แทนที่เราจะระบุแค่โปรแกรมที่ใช้เช่น JAVA, PHP หรือ C# เราควรเพิ่มข้อมูลของโปรเจทที่เราทำว่าเป็นโปรเจคเกี่ยวกับอะไรเช่น Payment Gateway, Property Development หรือ CRM เป็นต้น

5. Achievements

การที่เราเพิ่ม Achievements ลงไปจะช่วยให้ประวัติการทำงานของเราโดดเด่นยิ่งขึ้น เช่น สามารถเพิ่มยอดขายให้กับบริษัทได้ 140% ในปี 20xx หรือ สามารถ implement project สำเร็จภายในเวลาและงบประมาณที่กำหนด และอื่นๆ

6. References

ในส่วนของ reference หรือบุคคลอ้างอิง ตรงนี้จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ แต่ถ้าหากจะต้องใส่ชื่อและเบอร์โทรศัพท์ลงไป ก็ต้องอย่าลืมที่จะขออนุญาตบุคคลนั้นๆก่อนเสมอ